Midnight Halloween

posted on 29 Oct 2009 14:25 by zylostudio  in Character

 

 

 

อีกไม่กี่วันก็วันฮาโลวีนแล้วนะครับ
วันนี้ผมเลยถือโอกาศเข้า
trend มาปล่อยผีกับเขาบ้าง

เธอคือ  Midnight ครับ  ไม่ใช่ผีแต่เป็นักท่องราตรี
Character ตัวนี้เกิดขึ้นเพราะอยากจะทำ ตัวละครที่เป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิงบ้าง
แต่รู้สึกว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยชอบจะเป็นนางเอกซักเท่าไหร่
จะออกแนวชอบร้ายๆ ยืนได้ด้วยลำแข้ง แต่ยังสวยและ
sexy
ผมเลยคิดถึง “กลางคืน” ขึ้นมา  กลางคืน ทีทั้ง ลึกลับ น่ากลัว
แต่ก็
Sexy และ สร้างอารมณ์ (อารมณ์ไหน???)

Midnight จะออกท่องราตรี หว่านเสน่ห์ และขโมยหัวใจคุณมาโดยไม่รู้ตัว
(อ๊ะ เหมือนเคยเจอบ่อยๆ ตอนไปเที่ยว ยามราตรี)

นั่นแน่ โดนหว่านเสน่ห์เข้าแล้วอ่ะเด้  .... โดนแล้วเข้าไป โหวตให้ด้วยใน moji นะ

 

...

edit @ 29 Oct 2009 16:33:38 by zylostudio

รักชาติ รักมวยไทย (Frame by Frame)

posted on 22 Oct 2009 18:23 by zylostudio  in Portfolio

 

มื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีงานสุดยอด hi-speed พุ่งเข้ามา
ชนิดที่ว่าต้องเริ่มงานทันที  แต่ก็โชคดีที่เป็นสิ่งที่ชอบทำอยู่แล้ว
นั่นก็คือการ
Animate นั่นเอง

สารรูปตามตรงว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโครงการเลย นอกจากชื่อกับผู้สนับสนุนโครงการ
ลูกค้าเจ้าประจำ (เป็น
Production)  เพียงแต่ส่ง รูป น้องมวยไทย เป็นภาพนิ่งมาให้
แล้วให้มาทำเป็น
Interlude (ภาพวิดีโอขั้นช่วง สั้นๆ)  ก็นับว่าเข้าทางทีเดียว
เพราะทั้งการ
Animate เป็นเรื่องที่ชอบ และการตัดต่อ Interlude
เป็นอาชีพเก่าอยู่แล้ว

จากวิดีโอ จะเห็นว่ามีการ Animate น้องมวยไทย ทั้งหมด 5 ท่า
ถึงงานจะเร่ง แต่ผมรู้สึกสนุกมาก เพราะขอบ
Animate ด้วยวิธีการ
Frame by Frame  ผมสนุกกับการวาด  inbetween* มาก 
ยิ่งเป็นท่าทางแปลกๆ อย่างท่ามวยไทย
ผมก็ต้องลุกขึ้นมาออกท่าออกทาง ว่ามันขยับเยื้องย่างยังไงบ้าง
ทำเอา คุณแม่ งงทีเดียวว่ามันนั่งวาดรูป อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมา ขยับเท้า เข่าศอกทำไม

(
งานนี้ถือว่าเป็นงานไม่หนัก เพราะมีการขยับอย่างรวดเร็ว 
ทำให้แต่ละ
Action มี Frame ไม่มาก)

เด็กสมัยใหม่อาจชินกับความสะดวกสบายของ Program ต่างๆ
ที่สามารถ จับภาพลากเคลื่อนไหวได้ทันทีหรือ
Program 3D
ที่ขึ้นโครวงกระดุก (Bone) แล้วก็จับตัวละครขยับได้
ผมแนะนำว่า หากใครไม่ใจร้อนเกินไป ลอง
back to basic
กลับมาทำ 2D - Frame by Frame บ้าง
ผมว่ามันมีมนต์เสน่ห์มาก ที่เห็นภาพนิ่ง หลายๆ ภาพที่เราวาด
ขยับเขยื้อนได้ราวกับเราได้ใส่ จิตวิญญาณให้กับมันได้จริงๆ

 

ขยายความ Inbetween*
Inbetween
เป็นชื่อเรียกการ Animate Frame by Frame
เรียก ส่วนที่อยู่ระหว่าง Frame หลัก (Extreme Point) 
เพื่อเติมช่องว่างระหว่างเวลาให้ตัวละครดูเหมือนขยับได้ครับ

Inbetween ที่เหละ ที่ Production เมืองนอก
ชอบมาจ้างแรงงานไทยในการวาดและลงสี มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว

 

...

 

 

edit @ 23 Oct 2009 23:05:22 by zylostudio

“จงไปดูคอนเสิร์ทให้มากที่สุด ถ้ามีโอกาส”
ดีเจ ปาล์ม แห่ง แฟ็ตเรดิโอ ได้เขียนไว้ในหนังสือของเขาเอง ชื่อว่า แดนศิวิไลซ์
เมื่อหลายปีมาแล้ว 

วานนี้เป็นวันที่ได้มีโอกาศได้ชมคอนเสิร์ท อีกคอนเสิร์ทหนึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนาน
(ล่าสุดน่าจะเป็น Dream Theatre)  คราวนี้ได้รับอานิสงฆ์บัตรฟรีมาจากเพื่อนในวงการ
ที่บากหน้าไปขอมา เพราะว่าเป็นคอนเสิร์ทที่อยากดูจริงๆ (แต่จน) 
นั่นก็คือ... MR. BIG Reunion Tour ที่ธันเดอร์โดม 16 ตุลาคม 2009 ที่ผ่านมา

(สำหรับคนที่อายุไม่ถึง 30 คงไม่รู้จักเพลงที่ชื่อว่า To Be With You
ให้ข้าม Entry นี้ไปเลย  หุๆ)

  
ไอ้ที่เห็นจิ๋วๆ นี่แหละคือสมาชิกวงทั้ง 4 ของ Mr. Big
ภาพนี้ถ่ายด้วยมือถือเพราะเขาประกาศห้ามน้ำกล้องเข้า Hall โดยเด็ดขาด
แต่เห็น ถือกล้องถ่ายกันสลอน

 อยากจะบอกว่า คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจทีเดียว ไม่เพียงแค่เป็นวงเก๋าเก่าแก่
หาดูได้ยาก 
แต่เนื่องด้วย วงนี้ แต่ละคนล้วนเป็น Professional
และ Entertainer โดยแท้ 

เริ่มจากเปิดงานด้วย Daddy, Brother, Lover, Little boy
เพลงมันระดับต้นของ Mr. Big (ตอนแรกแอบเดาว่า จะเป็น Colorado Bulldog) 
แล้วก็ไล่เรียงเพลงดัง เช่น Green-Tinted Sixties Mind , Just Take My Heart,
Wild World 
ที่สำคัญอย่างที่รู้กันว่า วงนี้มีกีต้าร์เมพ ที่ชื่อว่า
ตาลุง
Paul Gilbert หูตึงอยู่  ก็ขาดไม่ได้ละครับที่จะมี Shot โชว์กีต้าร์เทพของลุงเค้า 
ติดซะว่า แหม...โชว์กันมากมายเอาการ  เอาเป็นว่าจากราคาบัตร
1000 บาท
พี่แกเล่นไปซะ
800 ที่เหลือ สมาชิกอีก 3 คนไปหารกันเอา
โดยเฉพาะ ตา
Eric Martin ที่แอบอู้อยู่เป็นนิจ 

ช่วงประทับใจก็มีหลายช่วงด้วยกันครับ อย่างเช่น Shot ที่ตา Paul Gilbert
กับ Billy Sheehan แกคุยกันเป็นเสียง กีต้ากับเบส นานเป็น 10 นาทีเห็นจะได้ 
ลำพังคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ ก็ฟังแทบไม่ออกอยู่แล้ว นี่ดันคุยกันด้วยเสียงลีดส์ 
Shot โชว์ฮา เอากีต้าร์ กะ เบส สองคอ ออกมาประชันกันแล้วให้ทั้ง 4 มาช่วยกันเล่น
(ยืนซ้อนกันเล่น  มองๆ เหมือนมุขเต้น
4 แขน 6 แขน ของบุดดาเบลซ) 
ก็เอนเตอร์เทนได้ดีทีเดียว
 

เล่นจบแล้ว... เป็นไปได้ไง To Be With You ไม่ได้เล่น!?
อ้อที่แท้ก็เก็บไว้เล่นตอนอังกอร์ ตามคาด จบด้วย
Colorado Bulldog  
แต่ว่ามันยังไม่จบจริงครับ นี่เป็นช่วงที่ประทับใจที่สุด... คือ
ตอนอังกอร์รอบสอง สมาชิกทุกคนออกมาใหม่ แต่ว่า...
ไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมครับ ทุกคนสลับเครื่องดนตรีกัน 
คือ
Paul Gilbert ไปตีกลอง Eric Martin จับกีตาร์
Pat Torpey เล่นเบส แล้ว Billy Sheehan วิ่งออกมาจับไมค์ 
เล่นเพลง
cover “Smoke on the water” 
กลางเพลง ยังสลับตำแหน่งกันอีกรอบ
เรียกว่ากรีดเพราะความมันและความสะใจ กันคอแห้งทีเดียว 
จบคอนเสิร์ตกันจริงๆ ด้วย เพลง
theme ของ CSI 
ผมไม่รู้ชื่อเพลงว่าอะไร แต่ก็มันหยด 

สรุปรวม สนุกมากสำหรับแฟนเพลงจากอดีตอย่างผม
สมาชิกวงทุกคนดูสนุกสนานเป็นกันเองดี
(อาจจะเพราะ ก็เกือบจะ
50 กันอยู่แล้ว เก๊กแตกไปหมดแล้ว) 

ปกติเวลาไปดูคอนเสิร์ตผมมักจะยืนอยู่หลังๆ พอเบื่อๆ เมื่อยๆ
ก็ออกมานั่งเล่นข้างนอก แล้วค่อยกลับเข้าไปใหม่ 
แต่คอนเสิร์ตนี้ หาจังหวะออกไม่ได้จริงๆ ครับ มันเพลินไปหมด 
ต้องตัดใจ ออกมาห้องน้ำ
5 นาที ส่วนแฟนเพลงค่อนข้างจะเป็นรุ่นใหญ่จริงๆ
(หลังๆ ผมชินกับคอนเสิร์ตนักร้องวันรุ่น ที่มีเด็กแต่งตัวสวยๆ งามๆ มารอชม)
  แต่ละคนล่อชุดดำ มาดขรึมมาเลย มีบ้างที่เป็นกลุ่มเด็กหัวเกรียน
ผมล่ะสงสัยว่ามันเกิดทันฟัง
To Be With You รึเปล่า 
หรือมันหัดเล่นกีตาร์ อ่าน
Overdrive
แล้วเค้าบอกว่าไอ้วงนี้มันมีกีตาร์เมพ 
เลยแห่มาจ้องอยู่หน้าเวทีกัน
 

สุดท้ายอย่าลืมนะครับ

“จงไปดูคอนเสิร์ทให้มากที่สุด ถ้ามีโอกาส”

 

...

edit @ 17 Oct 2009 22:13:02 by zylostudio